devil-may-cry-5

รีวิวเกมตำนานปีศาจ devil may cry 5

สำหรับคอเกมที่ชอบเล่นเกมแอคชั่นตะลุยด่าน เดินหน้ายิงศัตรูให้เกลี้ยง ผสมผสานกับท่าไม้ตายที่สวยงาม ดูดีมีเอกลักษณ์เชื่อว่า ซีรีย์เกม devil may cry น่าจะเป็นหนึ่งในคอลเลกชั่นสะสมของใครหลายคน โดยเฉพาะอย่างยิ่งภาค 3 ที่ถือว่าเป็นที่สุดของซีรีย์นี้เลย แม้จะแป้กไปหน่อยกับภาค 4 แฟนเกมก็ยังอุดหนุนอยู่ดี หลังจากปล่อยให้แฟนบอยพันธุ์แท้รอคอยมานาน ในที่สุด devil may cry ภาค 5 ก็ถูกเข็นออกมาสักที ภาคนี้มีดีอะไรบ้าง เราจะมารีวิวให้ฟัง

เนื้อเรื่องของเกม

ภาคนี้ เราจะได้สวมบทบาทเป็นดันเต้ชายประจำเรื่องของเรา เค้ามีอาชีพรับจ้างฆ่า และจัดการปีศาจ มอนสเตอร์ที่หลุดออกมาจากโลกปีศาจ คราวนี้เค้าได้รับการจ้างวานจากชายหนุ่มนิรนามชื่อว่า วี กับภารกิจสุดโหดหินกับการจัดการ Urizen ราชาปีศาจตัวใหม่ที่อาศัยอยู่ในต้นไม้ปีศาจที่ผุดขึ้นมาบนโลกมนุษย์ ภารกิจอันยิ่งใหญ่คราวนี้ดันเต้ ไม่ได้มาคนเดียว เค้ายังได้เพื่อนร่วมทีมสุดแกร่งอย่าง เนโร เด็กหนุ่มที่มาพร้อมกับแขนขวาปีศาจตัวละครหลักจากภาค 4 กลับมาร่วมภารกิจด้วยกัน

devil-may-cry-5-

สู้แบบมีสไตล์

จุดเด่นอย่างแรกที่คนเคยเล่นเกมนี้ จะรู้ดีก็คือ การเอาชนะผ่านด่านในเกมนั้นไม่ได้หมายความถึงการเอาชนะศัตรู เดินหน้าฆ่ามันให้ตายจนหมดฉากแต่เพียงอย่างเดียว แต่การต่อสู้เอาชนะศัตรูของเราต้องมีสไตล์ด้วย กล่าวคือ เกมนี้มันจะให้คะแนนของเรานอกจากการเอาชนะศัตรูได้ เราต้องทำคอมโบการต่อสู้ให้ต่อเนื่อง สวยงามอีกด้วย ยิ่งคอมโบสวยงามไหลลื่นเท่าไร ก็ได้แรงค์สูงขึ้นเท่านั้น (รวมถึงรางวัลด้วย) สูงสุดก็คือ แรงค์ S การเอาชนะแบบมีสไตล์นี้แหละทำให้เกมนี้ไม่เหมือนเกมอื่นในท้องตลาด สำหรับมือใหม่อาจจะไม่คุ้นมือแต่บอกเลยว่ายิ่งเล่นจะยิ่งสนุกจนติด

เด๋อ แต่ไม่เชย

อีกหนึ่งเรื่องที่ devil may cry 5 ทำได้อย่างดีรักษาเอกลักษณ์ของตัวเองได้ก็คือ บทสนทนาของตัวละครในคัตซีนระหว่างทาง เกมนี้แม้จะเป็นแอ็คชั่นต่อสู้กันตูมตามก็จริง แต่บทสนทนาพวกเค้ามักจะสอดแทรกความเด๋อ ความเฉิ่ม ความไม่เข้ากันของฉาก คำพูด ท่าทางของตัวละครเอาไว้ ซึ่งมันอาจจะดูแล้วตลก แต่เชื่อไหมว่าความตลกตรงนี้ทำให้ธีมของเกมไม่เข้มข้นจนเกินไป ทำให้เรารู้สึกว่าเรากำลังเล่นเกมอยู่นะ เรากำลังสนุกอยู่นะไม่ใช่เล่นไปเครียดเพิ่มขึ้นกว่าเดิม เหมือนเกมสมัยใหม่

ดีไซน์ตัวละครและเอฟเฟกต์

ด้านดีไซน์ตัวละคร ยอมรับตามตรงว่า แม้จะทำได้สวยขึ้นตามระดับเทคโนโลยีที่เพิ่มมากขึ้น แต่เรากลับมองว่า devil may cry 3 ทำออกมาได้ดีกว่าเยอะเลย โดยเฉพาะเรื่องเอกลักษณ์ของตัวละคร ส่วนเอฟเฟกต์ก็ดีงามต้องท้องเรื่อง กับเทคโนโลยีรุ่นใหม่ สรุปใครที่เป็นแฟนเกมนี้อยู่แล้วจัดเลยไม่ผิดหวัง ส่วนมือใหม่ใครอยากลองก็เอาเลย ระบบเกมนี้แตกต่างจากเกมอื่นในตลาดจนเราต้องติดใจจนลืมเวลาแน่นอน